<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sfi2010ciml.com</title>
	<atom:link href="http://sfi2010ciml.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://sfi2010ciml.com</link>
	<description>ทำการตลาด บริหารธุรกิจ การค้าออนไลน์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Jan 2012 18:33:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>หลักการตลาดเบื้องต้นที่ต้องรู้</title>
		<link>http://sfi2010ciml.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5</link>
		<comments>http://sfi2010ciml.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2012 18:33:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kodcha33</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการตลาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://sfi2010ciml.com/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[เพราะลูกค้ามีความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นบริษัทจึงควรมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอเพื่อป้องกันมิให้บริษัทคู่แข่งมาแบ่งส่วนทางการตลาด วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์  ผลิตภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดช่วงเวลา  ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดย่อมมีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์อยู่เสมอการพัฒนาช่วงวงจรชีวิตแต่ละช่วงของผลิตภัณฑ์จะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถอยู่รอดและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้ไม่น้อยกว่าเดิม  ช่วงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์แบ่งได้เป็น 4 ช่วงได้แก่ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์  ช่วงเติบโตอย่างรวดเร็ว  ช่วงอิ่มตัวและช่วงถดถอย แผนภูมิการเติบโต  เป็นการเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตในตลาดทำให้ผู้ผลิตทราบได้ว่าผลิตภัณฑ์ของตนเองมียอดหรือส่วนแบ่งทางการตลาดมากน้อยเพียงใด  เราต้องพิจารณาในเรื่องของขอบเขตทางการตลาดจึงจะทำให้เราทราบได้ว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตนั้นมีมากน้อยเพียงใด   การเป็นผู้นำส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์นั้นๆเป็นตัวบ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ประสบผลสำเร็จหรือไม่อย่างไร แรงกระทบ  ถ้าเราลองวิเคราะห์ในเรื่องของผลกระทบต่อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จะช่วยให้เราเข้าใจถึงโครงสร้าง จุดอ่อน จุดแข็งและมองเห็นแนวโน้มของการธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆได้ ผลิตภัณฑ์  เพราะความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้เราต้องวิเคราะห์ในส่วนของการผลิตสินค้าว่าเราควรจะผลิตสินค้าแบบไหนเพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  ควรจะปรับปรุงหรือขยายสินค้ามากน้อยแค่ไหนถึงจะเพียงพอต่อความต้องการได้ กลยุทธ์บริษัทที่มีกลยุทธ์ทางการค้าที่ดีย่อมทำให้บริษัทประสบความสำเร็จไม่ว่าจะในเรื่องของยอดขาย  กำไรหรือส่วนแบ่งทางการตลาด การจำหน่ายเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการทำการตลาดการเลือกสถานที่การจำหน่ายที่เหมาะสมย่อมทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น การส่งเสริมการขายคือการสื่อสารกับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารายเดิมหรือลูกค้าที่คาดว่าจะเป็นรายใหม่เป็นการส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของสินค้าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภคได้ กระแสเงินสดเงินสดเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพคล่องของธุรกิจเพราะว่าทุกธุรกิจต่างก็ต้องใช้เงินสดในการดำเนินงานไม่ว่าจะในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างการชำระค่าสินค้าหรือเงินเดือนของพนักงาน  การวิเคราะห์กระแสเงินสดจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อให้ทราบถึงกระแสเงินสดไม่ว่าจะเป็นรายรับหรือรายจ่ายนอกจากนี้กระแสเงินสดยังสามารถเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจดำเนินการได้ดีหรือน้อยแค่ไหนได้ ลดต้นทุนการผลิต  เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อทุกๆองค์กรเพราะการขายเพื่อเพิ่มรายได้เป็นเรื่องยากไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมได้การลดต้นทุนการผลิตจะช่วยให้องค์กรมีกำไรเพิ่มขึ้นแม้ว่ายอดขายจะคงที่ &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะลูกค้ามีความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นบริษัทจึงควรมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอเพื่อป้องกันมิให้บริษัทคู่แข่งมาแบ่งส่วนทางการตลาด</p>
<p><strong>วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์  </strong>ผลิตภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดช่วงเวลา  ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดย่อมมีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์อยู่เสมอการพัฒนาช่วงวงจรชีวิตแต่ละช่วงของผลิตภัณฑ์จะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นสามารถอยู่รอดและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้ไม่น้อยกว่าเดิม  ช่วงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์แบ่งได้เป็น 4 ช่วงได้แก่ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์  ช่วงเติบโตอย่างรวดเร็ว  ช่วงอิ่มตัวและช่วงถดถอย</p>
<p><strong>แผนภูมิการเติบโต</strong>  เป็นการเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตในตลาดทำให้ผู้ผลิตทราบได้ว่าผลิตภัณฑ์ของตนเองมียอดหรือส่วนแบ่งทางการตลาดมากน้อยเพียงใด  เราต้องพิจารณาในเรื่องของขอบเขตทางการตลาดจึงจะทำให้เราทราบได้ว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตนั้นมีมากน้อยเพียงใด   การเป็นผู้นำส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์นั้นๆเป็นตัวบ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ประสบผลสำเร็จหรือไม่อย่างไร</p>
<p><strong>แรงกระทบ</strong>  ถ้าเราลองวิเคราะห์ในเรื่องของผลกระทบต่อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จะช่วยให้เราเข้าใจถึงโครงสร้าง จุดอ่อน จุดแข็งและมองเห็นแนวโน้มของการธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆได้</p>
<p><strong>ผลิตภัณฑ์</strong>  เพราะความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้เราต้องวิเคราะห์ในส่วนของการผลิตสินค้าว่าเราควรจะผลิตสินค้าแบบไหนเพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า  ควรจะปรับปรุงหรือขยายสินค้ามากน้อยแค่ไหนถึงจะเพียงพอต่อความต้องการได้</p>
<p><strong>กลยุทธ์</strong>บริษัทที่มีกลยุทธ์ทางการค้าที่ดีย่อมทำให้บริษัทประสบความสำเร็จไม่ว่าจะในเรื่องของยอดขาย  กำไรหรือส่วนแบ่งทางการตลาด</p>
<p><strong>การจำหน่าย</strong>เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการทำการตลาดการเลือกสถานที่การจำหน่ายที่เหมาะสมย่อมทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น</p>
<p><strong>การส่งเสริมการขาย</strong>คือการสื่อสารกับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารายเดิมหรือลูกค้าที่คาดว่าจะเป็นรายใหม่เป็นการส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของสินค้าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภคได้</p>
<p><strong>กระแสเงินสด</strong>เงินสดเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพคล่องของธุรกิจเพราะว่าทุกธุรกิจต่างก็ต้องใช้เงินสดในการดำเนินงานไม่ว่าจะในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างการชำระค่าสินค้าหรือเงินเดือนของพนักงาน  การวิเคราะห์กระแสเงินสดจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อให้ทราบถึงกระแสเงินสดไม่ว่าจะเป็นรายรับหรือรายจ่ายนอกจากนี้กระแสเงินสดยังสามารถเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจดำเนินการได้ดีหรือน้อยแค่ไหนได้</p>
<p><strong>ลดต้นทุนการผลิต</strong>  เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อทุกๆองค์กรเพราะการขายเพื่อเพิ่มรายได้เป็นเรื่องยากไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมได้การลดต้นทุนการผลิตจะช่วยให้องค์กรมีกำไรเพิ่มขึ้นแม้ว่ายอดขายจะคงที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://sfi2010ciml.com/wp-content/uploads/2012/01/marketing-schools.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-7" title="marketing-schools" src="http://sfi2010ciml.com/wp-content/uploads/2012/01/marketing-schools.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://sfi2010ciml.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

